ความเสี่ยงที่แตกต่างระหว่าง Cryptocurrency กับหุ้น

สรุป

  • มูลค่าสกุลเงินมีความผันผวนได้ง่ายและกว้างมาก จึงทำให้การลงทุนเป็นแบบ High risk and High return 
  • เงินดิจิตอลไม่มีจุดถูกสุดเหมือนกับหุ้น จึงมีความเสี่ยงที่มูลค่าของเงินตกลงเรื่อย ๆ โดยไม่มีหยุด
  • เงินดิจิตอลมาพร้อมกับความเสี่ยงทั้งสถานที่ซื้อ-ขายล้มละลาย หรือเสี่ยงต่อการลืมรหัสผ่าน จึงควรยอมรับความเสี่ยงนี้ แล้วศึกษาความรู้การจัดการเงินดิจิตอลเอาไว้

ความเสี่ยงที่แตกต่างระหว่าง Cryptocurrency กับหุ้น

สิ่งที่แตกต่างกันของนักลงทุนเงินดิจิตอลกับนักลงทุนหุ้นก็คือตัวเลือกในการลงทุน เพราะเพียงแค่ภายในประเทศนักลงทุนหุ้นก็มีตัวเลือกให้เลือกมากกว่า 3,000 บริษัท ถ้ารวมเข้ากับต่างประเทศก็เป็นหมื่นบริษัทเลยก็ว่าได้ จึงทำให้เราสามารถที่จะเลือกบริษัทที่ตรงตามยุคสมัยและเทรนในปัจจุบันได้อย่างง่าย ๆ ซึ่งในปัจจุบันนักลงทุนหุ้นนั้นมีตัวเลือกให้เลือกมากกว่านักลงทุนเงินดิจิตอลเป็นอย่างมาก ทำให้การมีตัวเลือกที่จำกัดของนักลงทุนเงินดิจิตอลกลายเป็นความเสี่ยงในการลงทุน เพราะลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ยากขึ้นนั้นเอง

ไม่ใช่แค่ตัวเลือกในการลงทุนน้อยกว่า แม้กระทั้งจำนวนนักลงทุนเงินดิจิตอลในตลาดก็ยังน้อยกว่านักลงทุนหุ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการที่มูลค่าของสินทรัพย์นั้น ๆ จะขึ้นอยู่กับตลาดในที่นี่ก็คือนักลงทุนน้อยกว่า จึงทำให้การเจรจาซื้อขายเป็นไปได้ยากขึ้น จนไม่สามารถที่จะซื้อในสิ่งที่ต้องการในราคาที่คิดไว้ หรือไม่อาจขายในสิ่งที่ต้องการในราคาที่ต้องการขายได้ และเมื่อเราไม่สามารถที่จะทำในสิ่งที่คิดเอาไว้ได้ อาจจะนำมาซึ่งการสูญเสียครั้งใหญ่ก็เป็นได้

ด้วยการที่มูลค่าสกุลเงินดิจิตอลนั้นมีความผันผวนได้ง่ายและกว้างมาก ถ้าเป็นกรณีของหุ้นเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะหยุดลงไม่มากไปกว่านี้หรือไม่น้อยลงไปกว่านี้ แต่กับเงินดิจิตอลไม่ใช่อย่างนั้น และมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้จากมุมมองหรือกฏหมายที่ส่งผลต่อการแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอลสกุลนั้น ๆ ได้ เช่น ช่วงนี้ประเทศจีนได้ออกกฎห้ามมีการแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอลสกุล Bitcoin ภายในประเทศ เพื่อป้องการรั่วไหลของสกุลเงินหยวน ส่งผลให้มูลค่าของ Bitcoin ลดลงไปถึง 20% เลยทีเดียว

ที่มา: 株とは違う!仮想通貨が抱えるリスク

ผู้แปล: Sora no Umeboshi