Cryptocurrency คืออะไร?

ในประเทศญี่ปุ่นโดยมากนิยมเรียกเงินประเภทนี้ว่า Virtual Currency (仮想通貨, Kasotsuka)แต่ต่างประเทศนิยมเรียกว่า Cryptocurrency (暗号通貨, Angotsuka) มากกว่า เพราะคำว่า Virtual (เสมือน) แปลความหมายได้ว่า “ไม่ใช่ของจริง” ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วกำกวมและสื่อไปในแง่ลบ ทำให้ในญี่ปุ่นมีกลุ่มคนที่เลือกใช้คำว่า Cryptocurrency (暗号通貨, Angotsuka) ด้วย

รู้จักกับ Cryptocurrency ฉบับมือใหม่อ่านก็เข้าใจ!

Cryptocurrency คืออะไร?

เมื่อพูดถึงสกุลเงิน โดยทั่วไปเราก็จะนึกถึงเงิน ฿ (บาท), $ (ดอลล่าร์) หรือ ¥ (เยน) เป็นต้น Cryptocurrency ก็คือเงินรูปแบบใหม่ที่สามารถใช้ได้บนอินเตอร์เน็ตซึ่งมีความแตกต่างจากเงินดอลลาร์หรือเงินเยนนั่นเอง

ใครเป็นคนคิด Cryptocurrency ขึ้นมา?

วิทยานิพนธ์ที่ตีพิมพ์โดย Satoshi Nakamoto ในปี 2009 เป็นจุดเริ่มต้นให้วิศวกรอาสาสมัครรวมกลุ่มกันพัฒนากลไกของเงิน Cryptocurrency ในชื่อ Bitcoin โดยใช้เทคโนโลยีบุกเบิกใหม่ที่เรียกว่า Blockchain โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า Satoshi Nakamoto เป็นคนญี่ปุ่นหรือเปล่า แล้วเป็นคน ๆ เดียวหรือว่าเป็นองค์กรกันแน่

Cryptocurrency มีอะไรแปลกใหม่?

ปกติแล้วผู้ทำหน้าที่บันทึกสกุลเงินคือรัฐบาบ ธนาคารกลาง และสถาบันการเงิน ในทางตรงข้าม เงิน Cryptocurrency นั้นไม่มีตัวกลางในการบริหารจัดการ แต่อาศัยผู้ใช้งานหลาย ๆ คนช่วยกันบริหารจัดการและแชร์ข้อมูลของกันและกัน ในจุดนี้เองที่ทำให้ Cryptocurrency ถูกเรียกว่าเป็นสกุลเงินรูปแบบใหม่ และความแปลกใหม่ของ Cryptocurrency ก็คือการบริหารจัดการโดยที่ไม่มีตัวผู้บริหารนั่นเอง

การบริหารจัดการโดยไม่มีตัวผู้บริหารที่ว่านี้ ทำให้เกิดขึ้นได้โดยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Blockchain เทคโนโลยีนี้ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากคอยสอดส่องเป็นหูเป็นตาให้กันโดยไม่ต้องมีผู้บริหารเป็นตัวกลาง ส่งผลให้เป็นระบบที่ไม่มีใครสามารถโกงหรือแก้ไขปลอมแปลงอะไรได้

Cryptocurrency มีข้อดีที่ตรงไหน?

ทุกวันนี้เราสามารถส่งข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตไปที่ไหนก็ได้ทั่วโลกได้ทันทีด้วยปลายนิ้วคลิก แต่ว่าการรับส่งข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตมักจะมีปัญหาในเรื่องของความปลอดภัย ยิ่งเป็นการรับส่งข้อมูลที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงอย่างเช่นเงินก็ยิ่งยาก เพราะความกลัวว่าจะถูกโกงหรือถูกปลอมแปลงหากไม่มีคนคอยเป็นตัวกลาง

หากใช้ระบบเงิน Cryptocurrency ที่มี Blockchain เป็นตัวสนับสนุน เราจะสามารถรับส่งข้อมูลที่ความปลอดภัยมาเป็นที่หนึ่งผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ เราจะสามารถรับส่งเงินไปมาได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ซึ่งจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบ “เงินตรา” และ “การเงิน” ที่เราใช้กันมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับศตวรรษ

แล้วมันต่างจากเงินดิจิทัลยังไง?

เงินดิจิทัลออกโดยองค์กรหรือรัฐบาล (ตัวกลาง) ยกตัวอย่างผู้ที่ออกเงินดิจิทัล เช่น บัตร “Suica” ของ JR East Japan หรือ “nanaco” ของ 7-ELEVEN หรือ บัตร “Rabbit” ของ ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS เป็นต้น

เงินดิจิทัลที่ว่านี้เป็นเงินสมมุติที่ใช้จ่ายให้กับร้านค้า ทำให้เราไม่สามารถแลกเปลี่ยนเงินระหว่างบุคคลได้ ในขณะที่เงิน Cryptocurrency ไม่มีตัวกลางผู้ออกเงินแบบเงินดิจิทัล เราจึงสามารถใช้เงินนี้จ่ายได้ทั้งที่ร้านค้าและยังสามารถแลกเปลี่ยนกันระหว่างบุคคลได้อีกด้วย

ที่มา: kaso-tsuka
ผู้แปล: Nudii