Ripple คืออะไร มาทำความรู้จักกัน

ถึงตอนนี้หลาย ๆ คนคงจะคุ้นเคยกับบิตคอยน์มามากพอสมควร แต่ความจริงนอกจากบิตคอยน์แล้วก็ยังมีสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับวันนี้ขอแนะนำให้รู้จักกับอีกสกุลเงินที่น่าสนใจ นั่นคือ Ripple

จุดเด่นของ Ripple

1. มีมูลค่าเป็นถึงอันดับ 3 ของตลาดเงินดิจิตอลทั้งหมด

ระบบการทำงานของริปเปิ้ลถูกคิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2004 และในปี 2013ในที่สุดก็เริ่มให้ซื้อขายอย่างเป็นทางการ และภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี ริปเปิ้ลก็สามารถไต่ขึ้นมาเป็นเงินดิจิตอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดอันดับที่ 3 ของตลาดได้รองจากบิทคอยน์ (Bitcoin) และ อีเธอร์เลียม (Ethereum)

2. เป็นสะพานเงิน

โดยปกติแล้วค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านธนาคารเป็นสิ่งที่มีค่าธรรมเนียมการโอนเงินสูงมาก อีกทั้งความเร็วในการโอนเงินก็ถือได้ว่าช้าเป็นอย่างมาก แต่ทุกอย่างก็ถูกแก้ปัญหาได้ด้วยริปเปิ้ลที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ อีกทั้งยังใช้เวลาในการโอนเงินเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น จึงทำให้หลายคนหันมาใช้ริปเปิ้ลเป็นตัวกลางในการแปลงเงินให้กลายเป็นเงินต่างประเทศ ทำให้ริปเปิ้ลเปรียบเสมือนสะพานการโอนเงินระหว่างประเทศก็ว่าได้

ยกตัวอย่างเช่น เงินเยนญี่ปุ่น ↔︎ ริปเปิ้ล ↔︎ เงินดอลลาร์สหรัฐ

ระบบการทำงานของริปเปิ้ล

1. มีผู้ควบคุมที่ชัดเจน

อย่างที่รู้กันว่าเงินดิจิตอลทั่วไปนั้นไม่มีใครเป็นผู้ควบคุม ทุกอย่างจะเป็นไปตามระบบของตัวเงินเอง ต่างจากริปเปิ้ลที่มีบริษัทริปเปิ้ลผู้ครอบครองเงินริปเปิ้ลจำนวนมากคอยดูแลควบคุมเงิน ในทุก ๆ ปีบริษัทจะปล่อยริปเปิ้ลเข้าสู่ตลาดในจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้ริปเปิ้ลมีมากหรือน้อยเกินไป

2. ศูนย์กลางการควบคุม

การซื้อ-ขายริปเปิ้ลไม่ได้มากจากการประมวลผลของ Blockchain แต่มาจากบริษัทริปเปิ้ลเป็นผู้ควบคุมและให้การรับรองผ่านผู้ตลวจสอบหลายคนเห็นพ้องกัน ซึ่งส่งผลให้การประมวลผลเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีต้นทุนที่ต่ำลง เมื่อเทียบกับเงินดิจิตอลอื่น ๆ แล้ว สิ่งนี้ก็เปลี่ยนเสมือนศูนย์กลางการควบคุมนั่นเอง

ริปเปิ้ลในภายภาคหน้า

1. ริปเปิ้ลเกิดการขยายตัว

ณ เดือนมีนาคมปี 2018 บริษัทริปเปิ้ลร่วมกับธนาคารและบริษัทที่เกียวข้องกับการชำระเงิน 10 ประเทศทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารมิซุโฮะ และธนาคารริโซน่า ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อทดลองระบบการโอนเงินผ่านริปเปิ้ล ซึ่งถ้าหากได้นำริปเปิ้ลเข้ามาร่วมในระบบการชำระเงินละก็ สิ่งนี้จะทำให้ริปเป้ลขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วในประเทศต่าง ๆ และหลังจากนี้ผู้คนคงหันมาใช้ริปเปิ้ลกันมากขึ้น

2. ดูแลความเสถียรของตลาดผ่าน Lock up

การที่บริษัทครอบครองเงินจำนวนมากก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตลาดสูญเสียความเสถียร ปลายปี 2017 บริษัทริปเปิ้ลได้ทำการฝากเงินริปเปิ้ลกว่า 90% ให้กับบุคคลที่สาม โดยจำกัดจำนวนการขาย (Lock up) เพื่อไม่ให้กระจายภายในตลาดมากเกินไป และด้วยสิ่งนี้ตลาดก็จะสามารถปรับปรุงความเสถียรได้

ที่มา : coin.z, blockchaintechnologies

ผู้แปล: Sora no Umeboshi