Blockchain กับการเปลี่ยนแปลงของวงการแพทย์ (ตอนที่ 1)

 

Blockchain นั้นได้ก้าวข้ามกรอบของการเป็น Virtual Currency และปัจจุบัน Blockchain กำลังถูกจับตามองเรื่องการเข้ามามีบทบาทต่อวงการแพทย์ ถึงแม้ว่าจะยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ก็มีการคาดการณ์ไว้ว่าการนำ Blockchain เข้ามาใช้นั้น จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับวงการแพทย์และตัวผู้ป่วยเองด้วย ครั้งนี้เราจะขอยกตัวอย่างประโยชน์ของ Blockchain ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนะคะ

ยกระดับความปลอดภัยของเวชระเบียนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

เวชระเบียนหรือข้อมูลของคนไข้นั้นนับว่าเป็นข้อมูลที่ทางโรงพยาบาลจะต้องเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างดี ดังนั้นถ้ามีการนำเอา Blockchain เข้ามาใช้ก็จะทำให้ไม่สามารถเข้าไปปลอมแปลงข้อมูลส่วนนี้ได้ ซึ่งจะเป็นการยกระดับความปลอดภัยขั้นไปอีกขั้น

นอกจากนั้นทางโรงพยาบาลยังสามารถเข้าไปใช้ข้อมูลของคนไข้ สามารถทราบได้ทันทีว่าสภาพร่างกายของคนไข้เป็นอย่างไร รวมถึงสามารถเช็คได้ด้วยว่าคนไข้เคยบริโภคยาชนิดใดบ้างจากร้านขายยา ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการรักษามากทีเดียว

ในปัจจุบัน แต่ละโรงพยาบาลจะเก็บรักษาประวัติคนไข้ไว้ในหน่วยงานของตน ซึ่งจะไม่มีการแชร์ข้อมูลส่วนนี้ไปยังโรงพยาบาลอื่น ดังนั้นถ้าคนไข้ใช้บริการโรงพยาบาลอื่น ก็จะต้องมีการเริ่มเก็บข้อมูลใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งค่อนข้างเสียเวลา แต่ถ้ามีการนำ Blockchain เข้ามาใช้ในการเก็บข้อมูลเหล่านี้ และสามารถเรียกข้อมูลมาดูได้ทันที ทำให้สามารถประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายลงไปได้ นอกจากนี้แต่ละโรงพยาบาลยังสามารถร่วมกันอัพเดทและแชร์ข้อมูลระหว่างกัน ทำให้สามารถป้องกันความผิดพลาดและความสับสนต่างๆ แถมยังมีผลทำให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น

ยกระดับกระบวนการจัดหาหรือ Supply Chain ของยา

การผูก Supply Chain ไว้กับ Blockchain จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสามารถตรวจสอบยาได้ง่ายขึ้น

ในเรื่องของปัญหายาปลอมจนทำให้มีการเรียกเก็บยาคืนทั้งหมด ถ้ามีการนำ Blockchain เข้ามาใช้ในการจัดการยาตั้งแต่แรก จะทำให้สามารถเช็คได้ว่าตัวยาที่มีปัญหานั้นผลิตที่ใด ขนส่งโดยรถหรือเรือลำไหน  ซึ่งจะสามารถตรวจสอบติดตามได้ถึงขั้นที่ว่าปัจจุบันยาถูกจัดจำหน่ายอยู่ร้านขายยาแห่งใดเลยทีเดียว

แน่นอนว่าถ้าสามารถตรวจสอบได้ขนาดนี้ เรื่องยาปลอมนั้นไม่มีหลุดรอดออกมาแน่นอน  นอกจากนี้ ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจนถึงขั้นที่ต้องเรียกเก็บยาคืน เนื่องจากข้อมูลทุกอย่างถูกเก็บรวมรวมไว้ใน Blockchain เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเรียกเก็บคืนได้ 100% อีกทั้งวิธีการเหล่านี้นั้นไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบคุณภาพของยาด้วยระบบอัตโนมืออีก จึงทำให้สามารถป้องกันความผิดพลาดและช่วยลดคอสต์ได้อีกด้วย

ที่มา bittimes.net

เรียบเรียงโดย Fon Wareerat