Blockchain กับการเปลี่ยนแปลงของวงการแพทย์ (ตอนที่ 2)

Blockchain นั้นได้ก้าวข้ามกรอบของการเป็น Virtual Currency และปัจจุบัน Blockchain กำลังถูกจับตามองเรื่องการเข้ามามีบทบาทต่อวงการแพทย์ ถึงแม้ว่าจะยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ก็มีการคาดการณ์ไว้ว่าการนำ Blockchain เข้ามาใช้นั้น จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับวงการแพทย์และตัวผู้ป่วยเองด้วย ครั้งนี้เราจะพูดถึงตัวอย่างประโยชน์ของ Blockchain ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตต่อจากบทความที่แล้วค่ะ

การเพิ่มประสิทธิภาพและลดคอสต์ในการทำประกัน

การที่จะเก็บเงินหรือจ่ายเงินค่าประกันนั้นต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก เนื่องจากยังใช้เอกสารที่เป็นกระดาษและต้องตรวจสอบความถูกต้องโดยต้องมีหลักฐานต่างๆมายืนยันทุกครั้งเพื่อป้องกันการเรียกเก็บเงินผิดคนหรือความผิดพลาดอื่นๆ แต่ถ้ามีการนำเอา Blockchain เข้ามาใช้ จะทำให้ระบบการจัดการเอกสารเหล่านั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพิ่มความปลอดภัยแถมยังช่วยลดคอสต์อีกด้วย

นอกจากนั้น ยังช่วยให้แผนการทำประกันที่มีความซับซ้อนนั้นสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น และสามารถติดตามประวัติการเก็บเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับทั้งในวงการแพทย์และผู้ใช้งานด้านนี้ และยังมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถช่วยลดความจำเป็นในการที่นายหน้าจะต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือเข้ามาแทรกแซงได้อีกด้วย

ความก้าวหน้าของงานวิจัยและการคิดค้นวิธีการรักษาใหม่ๆ

ในวงการการแพทย์นั้น ถ้ามีการค้นพบวิธีการรักษาโรคที่รักษายาก หรือมีการพัฒนายา จะต้องมีการเก็บข้อมูลไว้ด้วยพื้นที่จำนวนมหาศาลเลยทีเดียว ซึ่งถ้ามีการนำ Blockchain เข้ามาใช้ก็จะสามารถเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์เหล่านั้นไว้ได้อย่างปลอดภัย

เนื่องจากเป็นการจัดเก็บข้อมูลเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ การจัดการกับข้อมูลจึงมีความสำคัญมาก ทำให้ไม่มีความน่าเป็นห่วงเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลของคนไข้แต่อย่างใด โดยเพียงแค่ทำให้คนไข้เป็นผู้อนุญาตให้หน่วยงานที่ไว้ใจได้เท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลก็ไม่เกิดแล้ว

และเนื่องจากคนไข้จะเป็นผู้เลือกหน่วยงานที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้ ดังนั้น หน่วยงานการวิจัยต่างๆจะสามารถเข้าถึงข้อมูลตรงนี้ได้ ส่งผลให้งานวิจัยนั้นมีความพัฒนาและก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นแล้ว คนไข้ยังสามารถทำการขายข้อมูลของตนเอง ซึ่งคนขายก็ได้เงิน ส่วนคนที่ได้ข้อมูลได้ก็สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ เรียกได้ว่า วินวิน ทั้งสองฝ่ายเลยค่ะ

ที่มา bittimes.net

เรียบเรียงโดย Fon Wareerat